1066

เม็ดเลือดขาว

ภาวะเม็ดเลือดขาวสูง: ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และการรักษา

ภาวะลิวโคเรียหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "รีเฟล็กซ์สีขาว" คือลักษณะสีขาวผิดปกติของรูม่านตา ซึ่งมองเห็นได้จากภาพถ่ายที่ใช้แฟลชหรือในสภาพแสงบางประเภท อาการนี้มักสัมพันธ์กับภาวะตาที่ร้ายแรง เช่น มะเร็งจอประสาทตาหรือต้อกระจก ภาวะลิวโคเรียอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับพ่อแม่หรือผู้ดูแล โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นในเด็กเล็ก เนื่องจากอาจบ่งบอกถึงการมีอยู่ของภาวะที่คุกคามชีวิต ในบทความนี้ เราจะสำรวจสาเหตุ อาการที่เกี่ยวข้อง เวลาที่ต้องไปพบแพทย์ การวินิจฉัย และทางเลือกในการรักษาภาวะลิวโคเรีย

Leukocoria คืออะไร?

ภาวะรูม่านตาขาวเป็นภาวะที่รูม่านตามีแสงสะท้อนสีขาว มักพบในการถ่ายภาพโดยใช้แฟลชหรือในห้องมืด ในสภาวะปกติ รูม่านตาควรเป็นสีดำเนื่องจากไม่มีแสงสะท้อนจากด้านหลังของดวงตา อย่างไรก็ตาม เมื่อแสงสะท้อนจากบริเวณบางส่วนของดวงตา อาจมองเห็นเป็นสีขาวแทนที่จะเป็นสีดำ ภาวะรูม่านตาขาวอาจเป็นสัญญาณของโรคตาได้หลายแบบ ตั้งแต่โรคที่ไม่ร้ายแรงไปจนถึงโรคที่คุกคามชีวิต การระบุสาเหตุที่แท้จริงของภาวะรูม่านตาขาวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันผลที่ตามมาที่ร้ายแรง

สาเหตุของภาวะเม็ดเลือดขาวสูง

ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งที่เกิดแต่กำเนิด (มีตั้งแต่แรกเกิด) และที่เกิดภายหลัง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:

  • มะเร็งจอประสาทตา: มะเร็งจอประสาทตาเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงที่หายากซึ่งเกิดขึ้นในจอประสาทตา มักเกิดในเด็กเล็ก เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะเม็ดเลือดขาวสูงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รีเฟล็กซ์สีขาวเกิดขึ้นเนื่องจากเนื้องอกเติบโตในจอประสาทตา
  • ต้อกระจก: ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัว ซึ่งอาจทำให้มีแสงสะท้อนสีขาวในรูม่านตา ต้อกระจกมักพบในผู้สูงอายุ แต่ในทารก (ต้อกระจกแต่กำเนิด) ก็สามารถพบได้เช่นกัน ทำให้เกิดภาวะตาขาว
  • การปลดจอประสาทตา: จอประสาทตาหลุดลอกเกิดขึ้นเมื่อจอประสาทตาแยกออกจากด้านหลังของดวงตา ภาวะนี้สามารถส่งผลให้เกิดอาการรีเฟล็กซ์สีขาวในรูม่านตา รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น แสงวาบและเงาหรือม่านบังการมองเห็น
  • โรคโค้ทส์: โรคโคตส์เป็นภาวะที่หลอดเลือดผิดปกติก่อตัวขึ้นในจอประสาทตา ส่งผลให้ของเหลวรั่วไหล ซึ่งอาจทำให้จอประสาทตาบวมและเกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติได้
  • ภาวะวุ้นตาเสื่อมแบบถาวร (PHPV): PHPV เป็นภาวะที่เกิดแต่กำเนิดซึ่งวุ้นตาของตาไม่ยุบตัวเต็มที่หลังคลอด ส่งผลให้ลูกตาเติบโตผิดปกติ อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกใต้ผิวหนังและปัญหาการมองเห็นอื่นๆ
  • การติดเชื้อหรือการอักเสบของจอประสาทตา: การติดเชื้อหรือภาวะอักเสบที่ส่งผลต่อจอประสาทตา เช่น โรคท็อกโซคาเรียหรือยูเวอไอติส อาจทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำได้
  • เลนส์เคลื่อน: เลนส์ที่เคลื่อนไม่ว่าจะเกิดจากการบาดเจ็บหรือภาวะอื่นใด อาจทำให้เกิดรีเฟล็กซ์สีขาวในรูม่านตาได้
  • ภาวะหลอดเลือดจอประสาทตาเจริญเกิน: ในบางกรณี การเจริญเติบโตผิดปกติของหลอดเลือดในจอประสาทตาอาจส่งผลให้เกิดการสะท้อนสีขาว ซึ่งมักพบในทารก

อาการที่เกี่ยวข้องของโรคลิวโคเรีย

ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงเป็นอาการทางสายตา แต่บ่อยครั้งที่อาการและสัญญาณอื่นๆ มาพร้อมกับอาการขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง อาการทั่วไปที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง:

  • ปัญหาการมองเห็น: ผู้ที่เป็นโรคลิวโคโคเรียอาจมองเห็นภาพพร่ามัวหรือผิดเพี้ยน ในเด็กอาจมีปัญหาด้านการประสานงานสายตาหรือการติดตามวัตถุ
  • ตาเหล่: ตาเหล่หรือความผิดปกติของตาอาจเกิดขึ้นได้ในบางภาวะที่เกี่ยวข้องกับภาวะเม็ดเลือดขาวสูง โดยเฉพาะในกรณีของมะเร็งจอประสาทตา
  • สีแดงหรือบวม: ในกรณีของการติดเชื้อหรือการอักเสบ ตาที่ได้รับผลกระทบอาจมีลักษณะแดงหรือบวม
  • อาการปวดตา: แม้ว่าภาวะเม็ดเลือดขาวสูงปกติจะไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่ภาวะเช่น จอประสาทตาหลุดลอกหรือการอักเสบ อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดที่ตาได้
  • แสงวาบ: ในกรณีของจอประสาทตาหลุดลอกหรือภาวะจอประสาทตาอื่นๆ ผู้ป่วยอาจประสบกับแสงวาบหรือวัตถุลอยในสายตา
  • การมองเห็นลดลง: บุคคลบางรายที่เป็นโรคตาขาวอาจสังเกตเห็นการสูญเสียการมองเห็นอย่างช้าๆ หรือฉับพลัน โดยเฉพาะถ้าสาเหตุที่แท้จริงคือต้อกระจกหรือมะเร็งจอประสาทตา

เมื่อใดควรไปพบแพทย์

หากคุณสังเกตเห็นภาวะเลือดออกมากผิดปกติในเด็กหรือในตัวคุณเอง สิ่งสำคัญคือต้องรีบไปพบแพทย์ทันที การตรวจพบสาเหตุเบื้องต้นในระยะเริ่มต้นสามารถป้องกันการสูญเสียการมองเห็นและภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอื่นๆ ได้ คุณควรไปพบแพทย์ทันทีหาก:

  • อาการ Leukocoria ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน: หากคุณสังเกตเห็นแสงสะท้อนสีขาวในรูม่านตาอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะในเด็ก จำเป็นต้องไปตรวจตาเพื่อตัดโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งจอประสาทตาออกไป
  • การสูญเสียการมองเห็นหรือการมองเห็นลดลง: หากมีการสูญเสียการมองเห็นหรือการมองเห็นลดลง ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
  • อาการอื่น ๆ ของตา: หากภาวะเม็ดเลือดขาวสูงมีอาการปวด มีรอยแดง หรือมีแสงวาบ คุณควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
  • ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคตา: หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งจอประสาทตา ต้อกระจก หรือภาวะทางตาที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมอื่นๆ สิ่งสำคัญคือต้องเฝ้าระวังภาวะเม็ดเลือดขาวสูงและตรวจตาเป็นประจำ

การวินิจฉัยโรคลิวโคเรีย

เพื่อวินิจฉัยโรคลิวโคโคเรียและระบุสาเหตุที่แท้จริง ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาจะทำการประเมินอย่างละเอียด ซึ่งอาจรวมถึง:

  • การตรวจตาอย่างครอบคลุม: จักษุแพทย์จะตรวจตาและตรวจหาสัญญาณของการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ต้อกระจก หรือปัญหาด้านจอประสาทตา
  • การถ่ายภาพจอประสาทตา: เทคนิคการถ่ายภาพ เช่น การถ่ายภาพจอประสาทตา หรือการตรวจเอกซเรย์ตัดขวางด้วยแสง (OCT) อาจใช้เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดของจอประสาทตา และระบุสาเหตุที่อาจเกิดภาวะเม็ดเลือดขาวสูงได้
  • อัลตราซาวด์: ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งจอประสาทตาหรือการหลุดลอกของจอประสาทตา อาจต้องทำการอัลตราซาวนด์ของตาเพื่อประเมินโครงสร้างของตาและการมีอยู่ของเนื้องอก
  • การทดสอบทางพันธุกรรม: หากสงสัยว่าเป็นมะเร็งจอประสาทตา อาจมีการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อตรวจหาการกลายพันธุ์ในยีน RB1
  • การทดสอบเลือด: ในบางกรณี อาจมีการสั่งตรวจเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อในระบบหรือภาวะต่างๆ เช่น โรคท็อกโซคาเรีย ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเม็ดเลือดขาวต่ำได้
  • การสแกน CT หรือ MRI: การทดสอบทางภาพ เช่น การสแกน CT หรือ MRI อาจใช้ในการประเมินมวลหรือเนื้องอกในตาหรือด้านหลังตาในกรณีที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งจอประสาทตาหรือภาวะร้ายแรงอื่นๆ

ทางเลือกการรักษาโรคเม็ดเลือดขาว

การรักษาภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง โดยวิธีการรักษาทั่วไปมีดังนี้:

  • ศัลยกรรม: ในกรณีของมะเร็งจอประสาทตาหรือต้อกระจก อาจต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้องอกหรือต้อกระจกออกและฟื้นฟูการมองเห็น
  • ยาเคมีบำบัด: มะเร็งจอประสาทตาส่วนใหญ่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพื่อทำให้เนื้องอกเล็กลงก่อนการผ่าตัดหรือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำหลังการผ่าตัดเอาเนื้องอกออก
  • การบำบัดด้วยรังสี: ในบางกรณีของมะเร็งจอประสาทตา อาจใช้การฉายรังสีเพื่อรักษาเนื้องอกหากไม่สามารถผ่าตัดเอาออกได้
  • การรักษาด้วยเลเซอร์: การบำบัดด้วยเลเซอร์อาจใช้รักษาโรคจอประสาทตาบางชนิด เช่น โรคโคตส์ หรือเพื่อทำลายหลอดเลือดที่ผิดปกติในจอประสาทตา
  • การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์: หากต้อกระจกทำให้เกิดภาวะตาขาว อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดเพื่อเอาเลนส์ที่ขุ่นออกแล้วใส่เลนส์เทียมแทน
  • ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา: หากการติดเชื้อเป็นสาเหตุของภาวะเลือดออกมาก ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อราอาจถูกกำหนดให้รักษาการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุ

ข้อเท็จจริงและตำนานเกี่ยวกับโรคลิวโคเรีย

มีตำนานและความเข้าใจผิดหลายประการเกี่ยวกับโรคลิวโคโคเรียที่ควรได้รับการชี้แจงให้กระจ่าง:

  • ตำนาน: อาการเลือดออกมากเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งเสมอ
  • ความจริง: ในขณะที่ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงมักเกี่ยวข้องกับภาวะร้ายแรง เช่น มะเร็งจอประสาทตา แต่ก็สามารถเกิดจากภาวะที่ไม่รุนแรง เช่น ต้อกระจก หรือการติดเชื้อได้เช่นกัน
  • ตำนาน: ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงสามารถมองเห็นได้เฉพาะในทารกหรือเด็กเล็กเท่านั้น
  • ความจริง: โรคเม็ดเลือดขาวชนิดขาวสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แม้ว่าจะพบได้บ่อยในทารกและเด็กเล็กมากกว่าก็ตาม

ภาวะแทรกซ้อนของโรคลิวโคเรีย

หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะลิวโคโคเรียอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ดังนี้:

  • การสูญเสียการมองเห็น: หากเกิดจากภาวะต่างๆ เช่น มะเร็งจอประสาทตาหรือต้อกระจก ภาวะลิวโคโคเรียอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • การแพร่กระจายของโรคมะเร็ง: ในกรณีของมะเร็งจอประสาทตา หากไม่ได้รับการรักษา มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายและกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • ความผิดปกติของตา: โรคที่ไม่ได้รับการรักษาที่ทำให้เกิดภาวะตาขาว เช่น ต้อกระจกหรือการติดเชื้อที่จอประสาทตา อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตา ส่งผลต่อรูปลักษณ์และการทำงานของตา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคลิวโคเรีย

1.อะไรทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวสูง?

ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มะเร็งจอประสาทตา ต้อกระจก จอประสาทตาหลุดลอก โรคโคตส์ และการติดเชื้อหรือการอักเสบที่ดวงตา

2.ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งเสมอไปหรือไม่?

ไม่ แม้ว่าภาวะเม็ดเลือดขาวสูงมักสัมพันธ์กับมะเร็งจอประสาทตา แต่ก็สามารถเกิดจากภาวะที่ไม่ร้ายแรง เช่น ต้อกระจก หรือการติดเชื้อที่จอประสาทตาได้

3. โรคลิวโคโคเรียรักษาอย่างไร?

การรักษาโรคเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นอยู่กับสาเหตุเบื้องต้น และอาจรวมถึงการผ่าตัด การทำเคมีบำบัด การฉายรังสี หรือการใช้ยาเพื่อรักษาการติดเชื้อหรืออาการอื่นๆ

4. เมื่อใดฉันจึงควรไปพบแพทย์เกี่ยวกับโรคลิวโคเรีย?

หากคุณสังเกตเห็นอาการสะท้อนสีขาวในตา โดยเฉพาะในเด็ก หรือหากมีอาการสูญเสียการมองเห็น อาการปวด หรืออาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

5. โรคลิวโคโคเรียสามารถป้องกันได้หรือไม่?

ภาวะเม็ดเลือดขาวสูงอาจป้องกันได้ยาก แต่การตรวจพบภาวะตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น มะเร็งจอประสาทตาและต้อกระจกผ่านการตรวจตาเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

สรุป

ภาวะลิวโคเรียเป็นอาการที่น่ากังวลซึ่งต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริง แม้ว่าภาวะนี้อาจเกิดจากภาวะที่ไม่ร้ายแรง เช่น ต้อกระจก แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคตาที่ร้ายแรง เช่น มะเร็งจอประสาทตาได้เช่นกัน การวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาการมองเห็นและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ หากคุณสังเกตเห็นภาวะลิวโคเรีย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ภาพ ภาพ
ขอรับการติดต่อกลับ
ขอโทรกลับ
ประเภทคำขอ
ภาพ
คุณหมอ
นัดหมายแพทย์
ทำการนัดหมาย
ดูนัดหมายจอง
ภาพ
โรงพยาบาล
ค้นหาโรงพยาบาล
โรงพยาบาล
ดูค้นหาโรงพยาบาล
พูดคุย
ภาพ
การตรวจสุขภาพ
จองการตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ
ดูหนังสือตรวจสุขภาพ
ภาพ
โทรศัพท์
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
ดูติดต่อเรา
ภาพ
คุณหมอ
นัดหมายแพทย์
ทำการนัดหมาย
ดูนัดหมายจอง
ภาพ
โรงพยาบาล
ค้นหาโรงพยาบาล
โรงพยาบาล
ดูค้นหาโรงพยาบาล
ภาพ
การตรวจสุขภาพ
จองการตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ
ดูหนังสือตรวจสุขภาพ
ภาพ
โทรศัพท์
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
ดูติดต่อเรา