1066

Allodynia

อาการปวดผิดปกติ: ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และการรักษา

บทนำ:

อาการปวดผิดปกติเป็นภาวะที่ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดจากสิ่งเร้าที่โดยปกติจะไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เช่น การสัมผัสเบาๆ เสื้อผ้าถูกับผิวหนัง หรือแม้แต่ลมพัดเบาๆ อาการปวดผิดปกติเป็นอาการตอบสนองต่อความเจ็บปวดที่ผิดปกติ มักสัมพันธ์กับความผิดปกติทางระบบประสาทต่างๆ บทความนี้จะอธิบายสาเหตุ อาการ ทางเลือกในการรักษา และเมื่อใดจึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาสำหรับอาการปวดผิดปกติ

Allodynia คืออะไร?

อาการปวดเมื่อถูกสัมผัส (Allodynia) เป็นอาการที่ร่างกายไวต่อการสัมผัสมากเกินไป เกิดขึ้นเมื่อระบบความเจ็บปวดของร่างกายไวต่อการสัมผัสผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดเมื่อถูกกระตุ้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่เจ็บปวด ผู้ที่มีอาการนี้มักรู้สึกเจ็บปวดจากกิจกรรมต่างๆ เช่น การหวีผม การสวมเสื้อผ้ารัดรูป หรือการสัมผัสเบาๆ

สาเหตุของอาการปวดผิดปกติ

อาการปวดผิดปกติมักเกิดจากภาวะพื้นฐานที่ส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยทางกายภาพ จิตใจ และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ดังนี้

1. ภาวะทางระบบประสาท

อาการปวดผิดปกติส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่:

  • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย: อาการเรื้อรังที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย อ่อนล้า และเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ
  • โรคระบบประสาท: ความเสียหายของเส้นประสาทที่เกิดจากภาวะต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคงูสวัด (อาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัด) หรือการบาดเจ็บ
  • หลายเส้นโลหิตตีบ (MS): โรคที่ส่งผลต่อการเคลือบป้องกันของเส้นใยประสาทและอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดปกติ
  • ไมเกรนเรื้อรัง: ไมเกรนอาจทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติได้ โดยเฉพาะในระหว่างอาการหรือจากความไวต่อการสัมผัส

2. การเพิ่มความไวของเส้นทางประสาท

ในบางกรณี อาการปวดผิดปกติจะเกิดขึ้นเมื่อระบบประสาทไวเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้:

  • การบาดเจ็บหรือการบาดเจ็บ: การบาดเจ็บทางกายภาพต่อผิวหนังหรือเส้นประสาทอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
  • การอักเสบ: ภาวะเช่นโรคข้ออักเสบหรือการติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการอักเสบอาจทำให้เกิดอาการไวต่อความรู้สึกของเส้นประสาทได้
  • ความเครียด: ความเครียดทางอารมณ์หรือทางจิตใจสามารถทำให้ภาวะต่างๆ เช่น โรคไฟโบรไมอัลเจีย รุนแรงขึ้น และเพิ่มความไวต่อความเจ็บปวด

3. ปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ

แม้ว่าจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงเสมอไป แต่ปัจจัยและสภาวะการใช้ชีวิตบางประการสามารถทำให้ความเจ็บปวดผิดปกติรุนแรงขึ้นได้:

  • ยา: ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อระบบประสาท อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อไวรัส เช่น โรคงูสวัด หรือโรคไลม์ อาจทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติหลังการติดเชื้อได้
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ความผันผวนของฮอร์โมน เช่น ในระหว่างตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติในบางรายได้

อาการของโรคปวดข้อ

อาการปวดผิดปกติมักเกิดจากสิ่งกระตุ้นที่ปกติแล้วไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด อาการทั่วไป ได้แก่:

  • ความเจ็บปวดจากการสัมผัสเบาๆ: เช่น รู้สึกเจ็บจากการสัมผัสผิวหนังเบาๆ หรือการปัดไปโดนเสื้อผ้า
  • อาการแสบร้อน: ความรู้สึกแสบร้อนหรือเสียดสีผิวหนังเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นที่ไม่เจ็บปวด
  • อาการปวดจากกิจกรรมปกติ: กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำหรือการเดิน อาจกลายเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ
  • ภาวะปวดมาก: ความไวต่อสิ่งกระตุ้นที่มักทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย เช่น แรงกดดันหรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เพิ่มขึ้น

เมื่อใดควรไปพบแพทย์

อาการปวดผิดปกติอาจเป็นอาการของภาวะทางระบบประสาทหรือระบบอื่นๆ ในร่างกาย และควรปรึกษาผู้ให้บริการด้านการแพทย์หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้:

  • ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นใหม่หรือไม่ทราบสาเหตุ
  • ความเจ็บปวดที่รบกวนกิจกรรมประจำวันของคุณหรือเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ
  • อาการผิดปกติอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของการมองเห็น อาการชาหรืออ่อนแรง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาทางระบบประสาท
  • อาการปวดที่คงอยู่หรือแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป แม้จะได้ดูแลตนเองแล้วก็ตาม

การวินิจฉัยอาการปวดผิดปกติ

การวินิจฉัยอาการปวดผิดปกติต้องมีประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกายโดยละเอียด แพทย์อาจทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • การตรวจร่างกาย: แพทย์จะประเมินบริเวณที่ไวต่อความรู้สึกและระบุรูปแบบของความเจ็บปวด
  • การทดสอบทางระบบประสาท: การทดสอบเหล่านี้ประเมินระบบประสาทเพื่อตรวจสอบว่าเส้นประสาทได้รับความเสียหายหรือมีภาวะอื่น ๆ หรือไม่
  • การทดสอบเลือด: อาจมีการสั่งตรวจเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ การอักเสบ หรือภาวะอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดผิดปกติ
  • การทดสอบภาพ: ในบางกรณี การถ่ายภาพ เช่น MRI หรือ CT scan อาจใช้เพื่อดูความเสียหายของเส้นประสาทหรือภาวะต่างๆ เช่น โรคเส้นโลหิตแข็ง

ตัวเลือกการรักษาอาการปวดเมื่อย

การรักษาอาการเจ็บปวดจะเน้นไปที่การแก้ไขอาการที่เป็นต้นเหตุและควบคุมอาการต่างๆ ทางเลือกในการรักษามีดังนี้:

1. ยา

ยาหลายประเภทสามารถช่วยควบคุมอาการปวดผิดปกติได้ เช่น:

  • ซึมเศร้า: ยาต้านอาการซึมเศร้าแบบไตรไซคลิกหรือสารยับยั้งการดูดซึมเซโรโทนิน-นอร์อิพิเนฟริน (SNRIs) สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทได้
  • ยากันชัก: ยาเช่นกาบาเพนตินหรือพรีกาบาลิน ซึ่งใช้ในการรักษาอาการปวดเส้นประสาท
  • การรักษาเฉพาะที่: ครีมแคปไซซินหรือแผ่นแปะลิโดเคนสามารถทาลงบนผิวหนังโดยตรงเพื่อลดความรู้สึกเจ็บปวด

2. กายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดอาจช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากภาวะทางกล้ามเนื้อและโครงกระดูกหรือการบาดเจ็บ นักกายภาพบำบัดอาจแนะนำดังนี้:

  • การออกกำลังกายยืด: เพื่อลดความตึงเครียดในกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่น
  • การนวดบำบัด: ช่วยลดอาการปวดและความรู้สึกเสียวบริเวณที่ได้รับผลกระทบได้

3. การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางประการสามารถช่วยจัดการกับอาการปวดผิดปกติได้:

  • การจัดการความเครียด: เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจเข้าลึกๆ สามารถลดสาเหตุของความเจ็บปวดได้
  • การออกกำลังกายปกติ: การทำกิจกรรมที่มีผลกระทบต่ำสามารถปรับปรุงสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้นและลดความไวต่อความเจ็บปวดในระยะยาว
  • การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: การระบุและหลีกเลี่ยงการกระตุ้นทางกายภาพที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้นสามารถช่วยจัดการกับภาวะดังกล่าวได้

4. การบำบัดทางเลือก

บุคคลบางคนพบความบรรเทาจากการบำบัดทางเลือก เช่น:

  • การฝังเข็ม: เทคนิคการแพทย์แผนจีนนี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดและลดความรู้สึกในบุคคลบางคนได้
  • อาหารเสริมสมุนไพร: บางคนพบการบรรเทาอาการด้วยอาหารเสริมจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้นหรือกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ

ข้อเท็จจริงและตำนานเกี่ยวกับอาการผิดปกติ

ความเข้าใจผิดที่ 1: "ความรู้สึกผิดปกติทางกายเป็นเพียงความรู้สึกไวต่อการสัมผัสตามปกติ"

ความจริง: อาการปวดผิดปกติเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บปวดที่ผิดปกติและมักเป็นสัญญาณของอาการป่วยเบื้องต้น ไม่ใช่เพียงความรู้สึกไวที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บปวดจริง ๆ ต่อสิ่งกระตุ้นที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอีกด้วย

ความเข้าใจผิดที่ 2: "อาการผิดปกติจะหายไปเอง"

ความจริง: แม้ว่าอาการปวดผิดปกติเล็กน้อยบางกรณีอาจหายได้ตามเวลา แต่ก็มักต้องได้รับการรักษาเพื่อแก้ไขภาวะต้นเหตุและบรรเทาอาการ

ภาวะแทรกซ้อนของอาการปวดผิดปกติ

หากไม่ได้รับการรักษา อาการปวดผิดปกติอาจส่งผลให้เกิดความไม่สบายในระยะยาวและคุณภาพชีวิตลดลง นอกจากนี้ยังอาจบ่งบอกถึงภาวะทางระบบประสาทที่ร้ายแรงกว่า เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหรือไฟโบรไมอัลเจีย ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ในบางกรณี อาการปวดผิดปกติเรื้อรังอาจทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้:

  • อาการปวดเรื้อรัง: อาการปวดเรื้อรังและแพร่หลาย ซึ่งอาจรักษาได้ยากขึ้นในระยะยาว
  • ความทุกข์ทางอารมณ์: ความเจ็บปวดที่เป็นต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และปัญหาทางอารมณ์อื่นๆ ได้

คำถามที่พบบ่อย

1. อะไรทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติ?

อาการปวดผิดปกติอาจเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาท โรคเรื้อรัง เช่น ไฟโบรไมอัลเจีย การติดเชื้อ เช่น โรคงูสวัด หรือความผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆ อาการปวดผิดปกติเกิดจากความไวเกินปกติของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นปกติ

2. อาการปวดผิดปกติสามารถรักษาได้หรือไม่?

ใช่ การรักษาอาการเจ็บปวดจะเน้นไปที่การจัดการสาเหตุที่แท้จริงและบรรเทาอาการปวด การใช้ยา การกายภาพบำบัด การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการบำบัดทางเลือกต่างๆ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา

3. อาการปวดผิดปกติเป็นแบบถาวรหรือไม่?

อาการปวดผิดปกติอาจไม่คงอยู่ถาวร หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และได้ผลดี ก็สามารถจัดการหรือแก้ไขได้ในบางกรณี อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวอาจคงอยู่ต่อไปในโรคต่างๆ เช่น โรคไฟโบรไมอัลเจียหรือโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

4. ความเครียดสามารถทำให้อาการปวดผิดปกติแย่ลงได้หรือไม่?

ใช่ ความเครียดสามารถทำให้อาการปวดผิดปกติรุนแรงขึ้นได้ การจัดการความเครียดด้วยเทคนิคการผ่อนคลาย การทำสมาธิ หรือการบำบัดสามารถช่วยลดความไวต่อความเจ็บปวดและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมให้ดีขึ้นได้

5. มีวิธีการรักษาอาการปวดผิดปกติที่บ้านหรือไม่?

การรักษาที่บ้านบางวิธี เช่น การประคบเย็นหรืออุ่น การฝึกผ่อนคลาย หรือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ สามารถช่วยลดอาการปวดผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อบรรเทาอาการในระยะยาว

สรุป

อาการปวดผิดปกติเป็นภาวะที่ยากต่อการจัดการ แต่หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ก็สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณพบอาการปวดผิดปกติ สิ่งสำคัญคือต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเบื้องต้นและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุน

ภาพ ภาพ
ขอรับการติดต่อกลับ
ขอโทรกลับ
ประเภทคำขอ
ภาพ
คุณหมอ
นัดหมายแพทย์
จองนัดหมาย
ดูนัดหมายจอง
ภาพ
โรงพยาบาล
ค้นหาโรงพยาบาล
โรงพยาบาล
ดูค้นหาโรงพยาบาล
ภาพ
การตรวจสุขภาพ
จองการตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ
ดูหนังสือตรวจสุขภาพ
ภาพ
คุณหมอ
นัดหมายแพทย์
จองนัดหมาย
ดูนัดหมายจอง
ภาพ
โรงพยาบาล
ค้นหาโรงพยาบาล
โรงพยาบาล
ดูค้นหาโรงพยาบาล
ภาพ
การตรวจสุขภาพ
จองการตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ
ดูหนังสือตรวจสุขภาพ