- อาการ
- Allodynia
Allodynia
อาการปวดผิดปกติ: ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และการรักษา
บทนำ:
อาการปวดผิดปกติเป็นภาวะที่ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดจากสิ่งเร้าที่โดยปกติจะไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เช่น การสัมผัสเบาๆ เสื้อผ้าถูกับผิวหนัง หรือแม้แต่ลมพัดเบาๆ อาการปวดผิดปกติเป็นอาการตอบสนองต่อความเจ็บปวดที่ผิดปกติ มักสัมพันธ์กับความผิดปกติทางระบบประสาทต่างๆ บทความนี้จะอธิบายสาเหตุ อาการ ทางเลือกในการรักษา และเมื่อใดจึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาสำหรับอาการปวดผิดปกติ
Allodynia คืออะไร?
อาการปวดเมื่อถูกสัมผัส (Allodynia) เป็นอาการที่ร่างกายไวต่อการสัมผัสมากเกินไป เกิดขึ้นเมื่อระบบความเจ็บปวดของร่างกายไวต่อการสัมผัสผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดเมื่อถูกกระตุ้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่เจ็บปวด ผู้ที่มีอาการนี้มักรู้สึกเจ็บปวดจากกิจกรรมต่างๆ เช่น การหวีผม การสวมเสื้อผ้ารัดรูป หรือการสัมผัสเบาๆ
สาเหตุของอาการปวดผิดปกติ
อาการปวดผิดปกติมักเกิดจากภาวะพื้นฐานที่ส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยทางกายภาพ จิตใจ และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ดังนี้
1. ภาวะทางระบบประสาท
อาการปวดผิดปกติส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่:
- โรคไฟโบรมัยอัลเจีย: อาการเรื้อรังที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย อ่อนล้า และเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ
- โรคระบบประสาท: ความเสียหายของเส้นประสาทที่เกิดจากภาวะต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคงูสวัด (อาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัด) หรือการบาดเจ็บ
- หลายเส้นโลหิตตีบ (MS): โรคที่ส่งผลต่อการเคลือบป้องกันของเส้นใยประสาทและอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดปกติ
- ไมเกรนเรื้อรัง: ไมเกรนอาจทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติได้ โดยเฉพาะในระหว่างอาการหรือจากความไวต่อการสัมผัส
2. การเพิ่มความไวของเส้นทางประสาท
ในบางกรณี อาการปวดผิดปกติจะเกิดขึ้นเมื่อระบบประสาทไวเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้:
- การบาดเจ็บหรือการบาดเจ็บ: การบาดเจ็บทางกายภาพต่อผิวหนังหรือเส้นประสาทอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
- การอักเสบ: ภาวะเช่นโรคข้ออักเสบหรือการติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการอักเสบอาจทำให้เกิดอาการไวต่อความรู้สึกของเส้นประสาทได้
- ความเครียด: ความเครียดทางอารมณ์หรือทางจิตใจสามารถทำให้ภาวะต่างๆ เช่น โรคไฟโบรไมอัลเจีย รุนแรงขึ้น และเพิ่มความไวต่อความเจ็บปวด
3. ปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ
แม้ว่าจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงเสมอไป แต่ปัจจัยและสภาวะการใช้ชีวิตบางประการสามารถทำให้ความเจ็บปวดผิดปกติรุนแรงขึ้นได้:
- ยา: ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อระบบประสาท อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้
- การติดเชื้อ: การติดเชื้อไวรัส เช่น โรคงูสวัด หรือโรคไลม์ อาจทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติหลังการติดเชื้อได้
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ความผันผวนของฮอร์โมน เช่น ในระหว่างตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติในบางรายได้
อาการของโรคปวดข้อ
อาการปวดผิดปกติมักเกิดจากสิ่งกระตุ้นที่ปกติแล้วไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด อาการทั่วไป ได้แก่:
- ความเจ็บปวดจากการสัมผัสเบาๆ: เช่น รู้สึกเจ็บจากการสัมผัสผิวหนังเบาๆ หรือการปัดไปโดนเสื้อผ้า
- อาการแสบร้อน: ความรู้สึกแสบร้อนหรือเสียดสีผิวหนังเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นที่ไม่เจ็บปวด
- อาการปวดจากกิจกรรมปกติ: กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำหรือการเดิน อาจกลายเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ
- ภาวะปวดมาก: ความไวต่อสิ่งกระตุ้นที่มักทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย เช่น แรงกดดันหรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เพิ่มขึ้น
เมื่อใดควรไปพบแพทย์
อาการปวดผิดปกติอาจเป็นอาการของภาวะทางระบบประสาทหรือระบบอื่นๆ ในร่างกาย และควรปรึกษาผู้ให้บริการด้านการแพทย์หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้:
- ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นใหม่หรือไม่ทราบสาเหตุ
- ความเจ็บปวดที่รบกวนกิจกรรมประจำวันของคุณหรือเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ
- อาการผิดปกติอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของการมองเห็น อาการชาหรืออ่อนแรง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาทางระบบประสาท
- อาการปวดที่คงอยู่หรือแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป แม้จะได้ดูแลตนเองแล้วก็ตาม
การวินิจฉัยอาการปวดผิดปกติ
การวินิจฉัยอาการปวดผิดปกติต้องมีประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกายโดยละเอียด แพทย์อาจทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- การตรวจร่างกาย: แพทย์จะประเมินบริเวณที่ไวต่อความรู้สึกและระบุรูปแบบของความเจ็บปวด
- การทดสอบทางระบบประสาท: การทดสอบเหล่านี้ประเมินระบบประสาทเพื่อตรวจสอบว่าเส้นประสาทได้รับความเสียหายหรือมีภาวะอื่น ๆ หรือไม่
- การทดสอบเลือด: อาจมีการสั่งตรวจเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ การอักเสบ หรือภาวะอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดผิดปกติ
- การทดสอบภาพ: ในบางกรณี การถ่ายภาพ เช่น MRI หรือ CT scan อาจใช้เพื่อดูความเสียหายของเส้นประสาทหรือภาวะต่างๆ เช่น โรคเส้นโลหิตแข็ง
ตัวเลือกการรักษาอาการปวดเมื่อย
การรักษาอาการเจ็บปวดจะเน้นไปที่การแก้ไขอาการที่เป็นต้นเหตุและควบคุมอาการต่างๆ ทางเลือกในการรักษามีดังนี้:
1. ยา
ยาหลายประเภทสามารถช่วยควบคุมอาการปวดผิดปกติได้ เช่น:
- ซึมเศร้า: ยาต้านอาการซึมเศร้าแบบไตรไซคลิกหรือสารยับยั้งการดูดซึมเซโรโทนิน-นอร์อิพิเนฟริน (SNRIs) สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทได้
- ยากันชัก: ยาเช่นกาบาเพนตินหรือพรีกาบาลิน ซึ่งใช้ในการรักษาอาการปวดเส้นประสาท
- การรักษาเฉพาะที่: ครีมแคปไซซินหรือแผ่นแปะลิโดเคนสามารถทาลงบนผิวหนังโดยตรงเพื่อลดความรู้สึกเจ็บปวด
2. กายภาพบำบัด
กายภาพบำบัดอาจช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากภาวะทางกล้ามเนื้อและโครงกระดูกหรือการบาดเจ็บ นักกายภาพบำบัดอาจแนะนำดังนี้:
- การออกกำลังกายยืด: เพื่อลดความตึงเครียดในกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่น
- การนวดบำบัด: ช่วยลดอาการปวดและความรู้สึกเสียวบริเวณที่ได้รับผลกระทบได้
3. การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต
การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางประการสามารถช่วยจัดการกับอาการปวดผิดปกติได้:
- การจัดการความเครียด: เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจเข้าลึกๆ สามารถลดสาเหตุของความเจ็บปวดได้
- การออกกำลังกายปกติ: การทำกิจกรรมที่มีผลกระทบต่ำสามารถปรับปรุงสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้นและลดความไวต่อความเจ็บปวดในระยะยาว
- การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: การระบุและหลีกเลี่ยงการกระตุ้นทางกายภาพที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้นสามารถช่วยจัดการกับภาวะดังกล่าวได้
4. การบำบัดทางเลือก
บุคคลบางคนพบความบรรเทาจากการบำบัดทางเลือก เช่น:
- การฝังเข็ม: เทคนิคการแพทย์แผนจีนนี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดและลดความรู้สึกในบุคคลบางคนได้
- อาหารเสริมสมุนไพร: บางคนพบการบรรเทาอาการด้วยอาหารเสริมจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้นหรือกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
ข้อเท็จจริงและตำนานเกี่ยวกับอาการผิดปกติ
ความเข้าใจผิดที่ 1: "ความรู้สึกผิดปกติทางกายเป็นเพียงความรู้สึกไวต่อการสัมผัสตามปกติ"
ความจริง: อาการปวดผิดปกติเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บปวดที่ผิดปกติและมักเป็นสัญญาณของอาการป่วยเบื้องต้น ไม่ใช่เพียงความรู้สึกไวที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บปวดจริง ๆ ต่อสิ่งกระตุ้นที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอีกด้วย
ความเข้าใจผิดที่ 2: "อาการผิดปกติจะหายไปเอง"
ความจริง: แม้ว่าอาการปวดผิดปกติเล็กน้อยบางกรณีอาจหายได้ตามเวลา แต่ก็มักต้องได้รับการรักษาเพื่อแก้ไขภาวะต้นเหตุและบรรเทาอาการ
ภาวะแทรกซ้อนของอาการปวดผิดปกติ
หากไม่ได้รับการรักษา อาการปวดผิดปกติอาจส่งผลให้เกิดความไม่สบายในระยะยาวและคุณภาพชีวิตลดลง นอกจากนี้ยังอาจบ่งบอกถึงภาวะทางระบบประสาทที่ร้ายแรงกว่า เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหรือไฟโบรไมอัลเจีย ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ในบางกรณี อาการปวดผิดปกติเรื้อรังอาจทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้:
- อาการปวดเรื้อรัง: อาการปวดเรื้อรังและแพร่หลาย ซึ่งอาจรักษาได้ยากขึ้นในระยะยาว
- ความทุกข์ทางอารมณ์: ความเจ็บปวดที่เป็นต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และปัญหาทางอารมณ์อื่นๆ ได้
คำถามที่พบบ่อย
1. อะไรทำให้เกิดอาการปวดผิดปกติ?
อาการปวดผิดปกติอาจเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาท โรคเรื้อรัง เช่น ไฟโบรไมอัลเจีย การติดเชื้อ เช่น โรคงูสวัด หรือความผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆ อาการปวดผิดปกติเกิดจากความไวเกินปกติของระบบประสาทต่อสิ่งกระตุ้นปกติ
2. อาการปวดผิดปกติสามารถรักษาได้หรือไม่?
ใช่ การรักษาอาการเจ็บปวดจะเน้นไปที่การจัดการสาเหตุที่แท้จริงและบรรเทาอาการปวด การใช้ยา การกายภาพบำบัด การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการบำบัดทางเลือกต่างๆ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
3. อาการปวดผิดปกติเป็นแบบถาวรหรือไม่?
อาการปวดผิดปกติอาจไม่คงอยู่ถาวร หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และได้ผลดี ก็สามารถจัดการหรือแก้ไขได้ในบางกรณี อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวอาจคงอยู่ต่อไปในโรคต่างๆ เช่น โรคไฟโบรไมอัลเจียหรือโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
4. ความเครียดสามารถทำให้อาการปวดผิดปกติแย่ลงได้หรือไม่?
ใช่ ความเครียดสามารถทำให้อาการปวดผิดปกติรุนแรงขึ้นได้ การจัดการความเครียดด้วยเทคนิคการผ่อนคลาย การทำสมาธิ หรือการบำบัดสามารถช่วยลดความไวต่อความเจ็บปวดและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมให้ดีขึ้นได้
5. มีวิธีการรักษาอาการปวดผิดปกติที่บ้านหรือไม่?
การรักษาที่บ้านบางวิธี เช่น การประคบเย็นหรืออุ่น การฝึกผ่อนคลาย หรือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ สามารถช่วยลดอาการปวดผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อบรรเทาอาการในระยะยาว
สรุป
อาการปวดผิดปกติเป็นภาวะที่ยากต่อการจัดการ แต่หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ก็สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณพบอาการปวดผิดปกติ สิ่งสำคัญคือต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเบื้องต้นและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุน
โรงพยาบาลที่ดีที่สุดใกล้ฉันในเชนไน